Deep NETFLIX

Deep NETFLIX

Deep NETFLIX  รีวิว

Deep NETFLIX โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย ไอเดีย สุดเยี่ยม แต่ว่าบทยัง จะต้องพัฒนาอีกมากมาย เรื่องย่อหนังไทย เรื่องล่าสุดใน Netflix เล่าของนักศึกษาแพทย์ 4 ผู้ที่ตัดสินใจ เข้าร่วมแผนการวิจัย Deep 2021 โครงการวิจัย การละนอน เพียงแค่ มีกฎข้อหนึ่ง เป็นห้ามหลับเด็ดขาด ถ้าเกิดหลับจำเป็น ต้องตาย DEEP โปรเจกต์ลับ นอนคอพับ สนุกสนานไหม เป็นหนังไทย ที่มีไอเดียน่าดึงดูด ทีเดียว

ทำให้เราระลึก ถึงหนังเรื่อง Flatliners และหนังตื่นเต้น จากค่าย Blumhouse เคมีของตัวนำอีกทั้ง 4 คนทำมาได้ดิบได้ดี ช่วงแรกของหนังทำได้น่าดึงดูดและก็มีสไตล์มากมาย แม้กระนั้น เพียงพอ เรื่องผ่านไปบทก็เริ่มอ่อนลงเรื่อยๆมีหลายๆฉากที่ดูโบราณเหลือเกิน ตัวหนังเองไม่ค่อยเป็นจริงเป็นจังกับการบอกเวลาสักเท่าไหร่ ถึงแม้กลไก สำคัญของประเด็นนี้ จะเป็นเวลาก็เถอะ ทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่อินไป กับสภาวะของนักแสดงได้ง่ายๆ รวมถึงตอนจบที่ดูเร่งรัดตัดตอนไปหมด การตัดฉากที่ดูกระโดดไปมา

การเล่าเรื่องที่ไม่ค่อยลื่นไหล ทำให้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมองทุลักทุเลไปหมดเรื่องย่อ นักเรียนแพทย์ที่มีอาการนอนไม่หลับ 4 คน หลงกลไปร่วมการทดลองทางประสาทวิทยาศาสตร์ที่แปลงเป็นฝันร้าย รวมทั้งทุกคนต้องหาทางหนีเอาตัวรอดก่อนที่จะสายเกินความจำเป็นเรียกว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่น่าชอบใจของเด็กนักเรียนภาพยนตร์

เมื่อ Netflix ตกลงใจ เปิดโอกาส ให้ผลงานภาพยนตร์  ของนักศึกษา โปรเจกต์ลับหลับ เป็นตาย 2021 ที่เป็นความร่วมมือกัน ระหว่าง แผนกดิจิทัลมีเดียและก็ศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รวมทั้งบริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์มถ่ายรูป จำกัด สำหรับการร่วมพัฒนาโปรเจกต์ จนได้ออกฉายทาง Netflix นับว่าเป็นงานนิสิตชิ้นแรกของไทยที่ได้ไปอยู่ในแพลตฟอร์มระดับนานาชาติเลยก็ว่าได้โดยโปรเจกต์นี้ ตั้งแต่ไอเดีย

บทภาพยนตร์

การถ่ายทำ ทุกขั้นตอน ผ่านการผู้ฝึกสอน อย่างใกล้ชิด จากเมนเทอร์ระดับมืออาชีพ ของแวดวงภาพยนตร์ไทย ทั้ง ‘วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง’ ที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องบทภาพยนตร์ และ ‘อังเคิล – อดิเรก วัฏท่าทาง’ ที่มาชี้แนะ ในส่วนของการกำกับภาพยนตร์ โดยมีทีมงานรุ่นใหม่ จาก ม.กรุงเทพ เป็นกำลังหลักสำหรับเพื่อการเขียนบทแล้วก็ถ่ายทำอย่างยาวนานตลอด 3 ปีเต็ม ยิ่งกว่านั้นยังได้ 4 ดาราหนังแบบใหม่

คุ้นตาทั้ง ‘แคร์-ปาณิสรา ริกุลสุรกาน’, ‘เค เลิศสิทธิชัย’ (Kayavine), ‘เฟิร์น-ศุภสตรี สุทธละเอียดอ่อนวงษ์’, ‘กิต-กฤตย์ จีรปรับปรุงนุตระกูล (กิต นักร้องนำวง Three Man Down)’ มาร่วมแสดง ด้วยพล็อตของหนังประเด็นนี้ น่าดึงดูดตรงที่หยิบเอาจุดร่วมของคนปัจจุบันนี้ ที่เปลี่ยนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว (บางคราวพวกเราก็ไม่รู้ตัว)

มันก็คือ การละหลับอดหลับอดนอนนั่นเอง เนื่องจากบางที ก็อาจจะด้วยความคุ้นเคย หรือเหตุผลใดๆก็ตาม ซึ่งตรงนี้นี่แหละครับที่นักศึกษาถือเอามาต่อยอดเป็นพล็อตหนัง โดยการถามว่า มนุษย์เราจะอดหลับอดนอนได้ สักเท่าไหร่ และถ้าเกิดอดหลับอดนอนแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นได้ บ้างรวมทั้งเอามาสู่พล็อตหลักของเรื่องที่ว่าด้วยนักศึกษาแพทย์ 4 คน ที่มีไลฟ์สไตล์ต่าง แบบอย่างกัน (แม้กระนั้นอดหลับอดนอนเช่นเดียวกัน) ต้องจับพลัดจับผลู เมื่อได้ทราบถึงโปรเจกต์การทดลองลับๆของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยจะต้องเข้ารับการฉีดสารอะไรบางอย่างเข้าร่างกาย

เพื่อแลก กับเงิน ปริมาณพรั่งพร้อม โดยมีเงื่อนไขว่า ห้ามงีบโดยเด็ดขาด เพราะเหตุว่าถ้าเกิดงีบเมื่อไร หัวใจจะหยุดเต้น แล้วก็ทำให้ตายในทันทีทันใดแน่นอนว่า หากจะให้พูดถึงคุณลักษณะเด่น ก็คงหนีไม่พ้นพล็อตอันแปลกใหม่ที่ถือเรื่องเกี่ยวกับการอดนอนมาต่อยอดนี่แหละขอรับ และไม่ใช่เป็นเพราะเหตุว่าป่วยด้วยโรคนอนไม่หลับ เสมือน ‘คริสเตียน เบล’ (ผอมบางผอม) ใน The ‘Machinist (2004)’ หรือเปล่าได้

หนัง Netflix เรื่อง  AWAKE (2021)

แม้กระนั้นเป็นการตั้งใจเจตนาอยากจะนอนไม่หลับนี่แหละ ซึ่งนี่นับว่าเป็นแกนไอเดียที่แข็งมากเลย ซึ่งถ้าเกิดมองดูจากพล็อตเรื่องโดยรวมๆก็จำเป็นต้องกล่าวว่าตีโจทย์ได้ค่อนข้างจะแตกครับ สำหรับ การอธิบายว่า ถ้าหากอดหลับอดนอนแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า มันอาจจะไม่ใช่ แค่ว่าง่วงหรือเบลอกระทั่ง ทำอะไรมั่วซั่วอย่างเดียวแน่ๆ

แม้กระนั้นมันน่าดึงดูดตรง ที่พล็อตสามารถทำให้ การอดหลับอดนอน นำมาซึ่ง การก่อให้เกิดจังหวะและก็เรื่องราวตื่นเต้นได้ อย่างน่าสนใจ ทีเดียว รวมทั้งปมปัญหาของตัวละครบางตัว ที่ส่งผลทำให้เกิดจุดหักเหบางสิ่งในหนังด้วย รวมทั้งรวมไปถึงงานโปรดักชัน

มุมกล้องถ่ายรูป การตัดต่อ ที่ทำเป็นออกมาน่าสนใจ ในฐานะหนังนักศึกษาหน้าใหม่ และก็ในฐานะหนัง Netflix เลยแหละแต่จริงๆถ้าจะให้กล่าวข้อสังเกต ก็น่าจะเป็นข้อคิดเห็น ที่ถือได้ว่า Pain point หลักๆ ของหนังนิสิตโดยทั่วไป นั่นแหละครับผม เป็นเรื่องของบทที่ยังค่อนข้างจะเป็นเส้นตรงไปหน่อย คือถึงแม้หนังประเด็นนี้จะมีแกนแข็งที่เอาไปตีโจทย์ต่อยอดได้นานัปการ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ตีโจทย์ได้ดีในระดับหนึ่งนั่นแหละครับผมแต่ว่าเนื่องจากว่าหนังหัวข้อนี้มันถูกขับเคลื่อนด้วยการเดินเรื่องแบบเป็นเส้นตรง ที่แม้ว่าจะมีจุดหักเหให้พอเพียงมีเซอร์ไพรส์

แต่ว่าด้วยแนวทาง นำเสนอที่ยังมี อิทธิพล จังหวะ และก็กลิ่น จากหนัง หลายๆ เรื่อง กระทั่งทำให้ถึ งแม้ไอเดียเริ่มต้น จะสดใหม่ แต่วิธีการเดินเรื่องกลับมิได้สดตามไปด้วย จนกระทั่งทำให้นอกเหนือจากการที่จะเดาเรื่องตามได้แล้ว ยังรู้สึกถึงอาการไถด้น พล็อตทริลเลอร์กัน ตั้งแต่ต้นเรื่อง กลางเรื่อง ไคลแม็กซ์ จนกระทั่งไป ถึงบทสรุป ที่เหมือนจะสุด แต่ก็ไม่สุด เหมือนจะว้าว

แต่ก็ว้าวได้ ไม่ได้เต็มเสียง ด้วยความเคารพนับถือ ในฐานะแฟนหนัง พี่วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยงครับผม นักเขียนมองกรรมวิธีการสรุปเรื่อง แล้วก็การขมวดปมเรื่องแล้ว ส่วนตัว ก็แอบนึกถึงหนังพี่วิศิษฏ์นิดๆแบบเดียวกัน

แม้กระนั้นก็เข้าใจนะครับว่า พี่วิศิษฏ์รวมทั้งพี่อังเคิลเอง คงไม่ได้ ชักพาน้องๆอะไร ขนาดนั้นหรอก แค่ดูแล้ว มีความคิดว่ามีกลิ่นอาย ติดมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือเรื่องของปัญหา ของบางอันของบางบุคคล ที่จริงๆแล้วย่อให้เล็กลงได้ โดยที่ไม่มีความจำเป็นต้องลงลึกก็ได้ รวมทั้งแอ็กติงแล้วก็ไดอะล็อกในหลายๆจุดที่ยังดูขัดๆแปร่งๆไปตลอดทั้งเรื่อง

สิ่งกลุ่มนี้ก็เลยทำให้หนังประเด็นนี้ยังมองขาดๆเกินๆในบางจุด หากมีการเคี่ยวบทให้เป็นธรรมชาติ ปรับค้างแรกเตอร์วัยรุ่นให้ดูเป็นวัยรุ่นจริงๆ ในยุคนี้ ปรับไดอะล็อกให้ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ และปรับลดการนำเสนอ ที่มีกลิ่นอายและก็อิทธิพลจากหนังใหญ่ให้น้อยลง

หนังหัวข้อนี้  ไปได้ สุดกว่านี้ แต่อย่างไร

ก็ตาม ก็ยังจำเป็นต้องชื่นชอบ ความเป็นออริจินัลไอเดียของน้องๆกลุ่มนี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตีโจทย์ที่ทำได้ออก จะครบถ้วนสมบูรณ์ และสดใหม่ทีเดียว ซึ่งจริงๆแล้วหากตัวบทได้รับการงดเว้นนอนมากกว่านี้สักนิด คงจะเปลี่ยนเป็นหนังระทึกขวัญ กลิ่นอายวิทยาศาสตร์สนุกๆ ที่ทำให้การนอนแปลงเป็นความระทึกที่จัดเต็มมากกว่านี้ครับผมย้ำอีกครั้ง ว่าถ้าเรื่องนี้ ไม่มีเมนเทอร์แบบนั้น มาขึ้นโชว์ในเครดิตต่างๆ รวมทั้งที่ PR ออกสื่อเหมือนเพียร พยายามขายชื่อมาครอบทับไว้ ให้ผู้ชมสนใจ

หนังหัวข้อนี้ ถ้าหากพวกเราได้ ทราบว่าเป็นงานนิสิตเองล้วนๆ ที่บางครั้งอาจจะได้ ทุนจากบริษัทผลิตภาพยนตร์ มาช่วยไม่ว่ากัน หนังจะดูโอเคอยู่ มีความน่าชมเชยที่พากเพียรทำอะไรใหม่ๆศิลปินดาราคนใหม่ก็พอใช้ มิได้ดีเยี่ยม แต่ว่าก็โอเคโดยยิ่งไปกว่านั้นนางเอกของเรื่องที่จะต้องแสดงอารมณ์มากกว่าใครกันแน่ จัดว่าไปต่อได้ในงานแสดงเรื่องอื่นๆ

เพียงแต่ รายละเอียดบทที่พวกเขาได้รับมันไม่ได้ ละเอียดสมเหตุผล เพียงพอ เท่านั้น แต่ยังไงการได้เป็นภาพยนตร์ลงเน็ตฟลิกซ์ฉายทั่วทั้งโลก อันนี้น่าจะเป็นรางวัลของคณะทำงานคนใหม่นี้ทั้งสิ้นได้ดีที่สุดแล้ว แม้ข้อวิพากษ์วิจารณ์ จะไม่ดีพอก็ตาม ครับผม ท้ายที่สุดถูกลงโทษโค้ชเมนเทอร์อีกครั้งนี่แหละที่ไม่ควรได้เครดิตที่ตรงนี้ไปเลย ดีกว่าครับผม

https://viraltoday.net/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *