gps ติด รถจักรยานยนต์

gps ติด รถจักรยานยนต์

gps ติด รถจักรยานยนต์ GPS ถูกต้องแม่นยำแค่ไหน?ทุกวันนี้ตัวรับสัญญาณ GPS ถูกต้องสูงมากมาย เนื่องจากการออกแบบแบบหลายช่องทางขนาน ตัวรับสัญญาณของเราล็อกกับดาวเทียมหลายดวงได้ทันทีที่เปิดใช้คราวแรก อุปกรณ์เหล่านั้นจะยังคงล็อกแบบติดตามแม้แต่ในป่าทึบหรือในเมืองใหญ่ที่มีตึกสูงมาก สาเหตุทางบรรยากาศอะไรบางอย่างและก็ที่มาของข้อผิดพลาดอื่นๆอาจมีผลต่อความแม่นยำของตัวรับสัญญาณ GPS ได้ ตัวรับสัญญาณ GPS ของ Garmin โดยทั่วไปแล้วจะถูกต้องแม่นยำถึงในระยะ 10 เมตร ความแม่นยำจะดียิ่งขึ้นอีกเมื่ออยู่บนผืนน้ำ.

gps ติด รถจักรยานยนต์

อีก 2 ส่วนประกอบที่สำคัญของ GPSเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปอยู่แล้วว่าระบบจีพีเอส(GPS) นั้น มีส่วนประกอบที่หลักๆอยู่ก็คือ ส่วนอวกาส หรือก็คือดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลกนั่นเอง มีหน้าที่คอยส่งสัญญาณมายังพื้นแผ่นดินเพื่อไปยังอุปกรณ์รับสัญญาณแต่ละตัว แต่นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีอีก 2 ส่วนมากที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าขาดไปก็อาจส่งผลให้เทคโนโลยีจีพีเอสนี้ไม่อาจจะปรับปรุงไปได้ไกล

1. ส่วนที่เป็นสถานีควบคุมภาคพื้น (Control Station Segment)สถานีควบคุมนี้จะมีอยู่ 5 แห่ง ประกอบด้วยสถานีควบคุมหลัก(Master Control Station) ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมแนวทางการทำงานของระบบดาวเทียมจีพีเอส ตั้งอยู่ที่เมือง Colorado Springs ในรัฐโคโลราโด อเมริกา

แล้วก็สถานีย่อยอีก 4 สถานี(Monitor Station) ตั้งอยู่ที่เมือง Diego Garcia, Ascension Island, Kwajalein, Hawaiiโดยสถานีเหล่านี้มีหน้าที่รอสื่อสาร(Tracking) กับดาวเทียม ประมวลผลเพื่อบอกตำแหน่งของดาวเทียมแต่ละดวง คอยสำรวจดาวเทียมแต่ละดวงว่ายังอยู่ในภาวะพร้อมใช้งานอยู่หรือไม่

จะมีเรดาร์ส่งสัญญาณไปยังดาวเทียมอยู่เสมอเวลา ให้อยู่ในเส้นทางโคจร ความสูง ความเร็ว และก็ตำแหน่งถูกตามที่กำหนด พร้อมกันนี้สถานีพวกนี้ยังมีบทบาทรับสัญญาณจากดาวเทียมและส่งข้อมูลไปยังเครื่องใช้ไม้สอยรับสัญญาณจีพีเอสต่างๆเพื่อบอกตำแหน่งและก็ข้อมูลให้ถูกต้องรวมทั้งเป็นปัจจุบันนี้อยู่เสมอ

2. ส่วนของผู้ใช้ (User Segment)ผู้ใช้งานควรมีเครื่องมือรับสัญญาณที่สามารถรับคลื่นและแปรรหัสจากดาวเทียม เอามาประมวลผลเป็นค่าพิกัดตำแหน่ง ยิ่งกว่านั้นยังมีการปรับปรุงเครื่องมือรับสัญญาณ(GPS Receiver) ตัวอย่างเช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปให้ล้ำยุคและสะดวกกับการใช้งานเยอะขึ้น

สามารถใช้งานได้ทุกตำแหน่งในโลก และก็แสดงพิกัดได้มีความแม่นยำสูงข้างในเครื่องจีพีเอสนั้นจะมีโปรแกรมอยู่ในตัวเครื่องเพื่อกระทำคำนวณ ตรวจตรา ถอดรหัสสัญญาณที่ได้จากดาวเทียม ให้ทราบดีว่าอยู่คราวตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ขณะนั้น แล้วจึงแสดงข้อมูลให้ผู้ใช้ทราบผ่านที่หน้าจอของตัวเครื่องไม้เครื่องมือ แต่ว่าการแสดงผลก็จะแสดงแตกต่างออกไปในแต่ละตัววัสดุอุปกรณ์ ของแต่ละรุ่น แต่ละแบรนด์

“ยกฐานะขนส่งภาคเหนือ เพื่อเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน”นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เปิดงานการประชุมนานาชาติโลจิสติกส์ ครั้งที่ 6 “Northern Logistics Fair 2018” เพื่อยกฐานะความรุ่งเรืองการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของภาคเหนือเชื่อมโยง

กับประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง(GMS) แล้วก็ประชาคมอาเซียน(AEC) หนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แลกเปลี่ยนความรู้ เพิ่มหนทางการค้าให้กับผู้สร้าง ลดทุนและเพิ่มผลผลิตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม ยังเผยต่อหลังเป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนานานาประเทศโลจิสติกส์

ครั้งที่ 6 “Northern Logistics Fair 2018”ณ รีสอร์ทเวียงอินทร์ จังหวัดเชียงรายว่างานประชุมสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อความเจริญการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของภาคเหนือเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่อนุภูมิภาคเขตที่ลุ่มโขง(GMS) และชุมชนอาเซียน(AC) ให้เกิดการสนับสนุนความร่วมแรงร่วมมือด้านเศรษฐกิจและก็เคลื่อนการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจ ถ่ายทอดเปลี่ยนความรู้ เพิ่มวิถีทางกิจการค้าให้กับผู้ผลิต ลดต้นทุนแล้วก็เพิ่มผลิตผล

“การจัดการโลจิสติกส์มีความสำคัญอย่างมากต่อประเทศไทยแล้วก็อนุภูมิภาคบริเวณลุ่มน้ำโขงที่จะจำเป็นต้องบริหารให้มีความสอดคล้องไปในทำนองเดียวกัน พร้อมกับเน้นสิ่งที่ต้องการเรื่อง Big Data เพื่อการวางเป้าหมายโลจิสติกส์ซึ่งในอนาคตไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เก็บข้อมูลแค่นั้น

แต่ธุรกิจจำเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลวิเคราะห์เดาได้อย่างชำนาญและมีคุณภาพ โดยได้เล่าในรายละเอียดความสามารถด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของไทยในปัจจุบัน ศักยภาพด้านการขนส่งแล้วก็โลจิสติกส์ของไทยในตอนนี้ ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งแล้วก็โลจิสติกส์

และแนวทางและแผนการสำคัญของกระทรวงคมนาคม เป็นต้นว่า โครงการก่อสร้าง/ปรับปรุงรถไฟทางคู่ 18 สาย เครือข่ายรถไฟรองรับ EEC และ SEZ เครือข่ายทางถนน แผนการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า(Truck Terminal) โครงการปรับปรุงสถานีขนส่งผลิตภัณฑ์ภูมิภาคเมืองหลักแล้วก็เมืองชายแดน

แผนการก่อสร้างจุดจอดพักรถบรรทุก(TRUCK REST AREA) โครงงานศูนย์การเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า ฯลฯ”ยิ่งไปกว่านี้ ยังรวมทั้งกรอบแนวความคิดการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง การขนส่งที่ปลอดภัยรวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ไม่เป็นอันตราย แล้วก็มั่นคง ด้วยพลังงานโอกาสใหม่/ระบบคมนาคมที่ลดการใช้พลังงาน การขนส่งที่มีคุณภาพเพื่อลดทุนการขนส่ง/โลจิสติกส์สร้างโครงข่ายการเชื่อมต่อระบบขนส่งภายในประเทศรวมทั้งระหว่างชาติ การเข้าถึงระบบขนส่งอย่างเท่าเทียมกันและเสมอภาคด้วยการออกแบบแล้วก็การบริการเพื่อคนทุกกลุ่ม

ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ระยะ 20 ปี(พุทธศักราช 2561-2580) ที่มีความสำคัญในการรบและแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมขนส่งของเมืองไทย พ.ศ.2558-2565 แผนการรวมทั้งโครงงานเขตปรับปรุงเศรษฐกิจพิเศษ(Special Economic Zone) การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(Eastern Economic Corridor Development) แนวนโยบาย One Belt One Road ของจีน และการพัฒนาองค์ประกอบเบื้องต้นในพื้นที่ภาคเหนือ

ธุรกิจการค้าหรือธุรกิจแบบไหน

ที่ต้องมีรถเป็นของตนเองการประกอบธุรกิจนั้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดใหญ่ก็ตาม อาจจะมีสิ่งที่ต้องการที่จะต้องใช้รถยนต์เสริมเติมโดยสาเหตุมาจากที่ไม่เหมือนกันไป ซึ่งความจำเป็นของการอยากได้ใช้รถที่เป็นของเราเองในธุรกิจนั้น มีแบบไหนบ้างที่จำเป็นต้อง ลองพินิจพิเคราะห์มองกันเลย

1. ธุรกิจที่ขนส่งสินค้าแบบปลีกย่อยธุรกิจที่จำเป็นต้องขนส่งผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งเบ็ดเตล็ดตามร้านรวงต่างๆนั้น ถ้าเกิดพวกเรามีรถยนต์ที่ใช้ในลัษณะของการขนส่งสินค้าของพวกเราจากโรงงานผลิตไปดังที่อยู่ของลูกค้าของเรา จะสบายกว่าการจ้างเหมา

ด้วยเหตุว่าการจ้างในการขนส่งนั้นจะมีข้อจำกัดสำหรับการส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้เพียงแค่ไม่กี่เจ้า ซึ่งตรงจุดนี้ถ้าหากว่าเรามีรถส่วนตัวที่ใช้ภายในธุรกิจของพวกเรา จะทำให้การขนส่งผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพมากกว่า ตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดพวกเราประกอบกิจการเกี่ยวกับการขายส่งเครื่องดื่มเป็นลังๆแล้วก็ทุกๆวัน

พวกเรามีความสำคัญจำต้องไปส่งสินค้าเป็นสิบที่ ซึ่งแต่ละที่ส่งสินค้าไม่เกิน 10-20 ลัง โดยลักษณะการว่าจ้างรถเพื่อส่งสินค้าคงเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากว่าเป็นการส่งสินค้าที่เล็กน้อยเกินความจำเป็น ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้พวกเราเหมาะสมที่จะมีรถยนต์เป็นของธุรกิจพวกเราเอง อาจเป็นรถกระบะหรือรถบรรทุกขนาดเล็กที่ประยุกต์ใช้สำหรับการขนส่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะเป็นการเหมาะสมกว่า

2. ธุรกิจที่มีสาขาหลายแห่งธุรกิจที่มีสาขาอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น ห้องอาหารแล้วเปิดบริการอยู่หลายสาขา ธุรกิจลักษณะเช่นนี้เราอาจต้องมีรถส่งของไว้ เพื่อใช้เพื่อสำหรับในการกระจัดกระจายสินค้าไปยังสาขาต่างๆการใช้รถยนต์ของพวกเราเองสำหรับเพื่อการกระจัดกระจายผลิตภัณฑ์

นั้นจะมีผลให้พวกเราสามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยธุรกิจที่มีสาขาหลายแห่งอาจจะเป็นธุรกิจประเภทอื่นๆก็ได้ ซึ่งธุรกิจประเภทนี้หากไปใช้บริการพวกรับจ้างขนส่ง อาจส่งผลให้การจัดการจัดการไม่แคล่วคล่องว่องไวพอๆกับการใช้รถของเราเอง เนื่องจากธุรกิจของพวกเราเราย่อมรู้ๆกันอยู่ที่สุด

3. ธุรกิจที่จะต้องเดินทางไปติดต่อลูกค้าด้วยตัวบางธุรกิจอาจจะมีความต้องการให้บ่อยที่ต้องเดินทางไปติดต่อลูกค้าด้วยตัวเอง และเดินทางบ่อย ซึ่งถ้าหากใช้บริการขนส่งสาธารณะบางครั้งก็อาจจะไม่สะดวกเท่าใด ทั้งยังเรื่องของการควบคุมเวลา ค่าครองชีพสำหรับการเดินทาง

การใช้รถยนต์ส่วนตัวเข้ามาแทนในจุดนี้ ก็จะอำนวยความสะดวกสำหรับการไปติดต่อลูกค้าโดยตรง ดังเช่น การเป็นข้าราชการฝ่ายขาย จึงควรเดินทางไปเสนอแนะผลิตภัณฑ์กับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา บางทีอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กที่จำต้องแนะนำการใช้งาน

และชี้ให้เห็นประโยชน์ในการใช้งาน โดยทดลองคิดภาพถ้าจำเป็นต้องรอหามผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นไปขึ้นรถขึ้นรถสาธารณะเพื่อไปยังสถานที่ต่างๆบ่อยๆอาจจะไม่สะดวกแน่ จุดนี้นี่เองหากว่ามีรถส่วนตัวจะก่อให้การติดต่อกับลูกค้าสามารถที่จะปฏิบัติงานได้สบายกว่าอย่างเห็นได้ชัด และก็บางทีอาจได้รับการติดต่อจากลูกค้าหลายรายในตอนที่จำกัดก็เป็นไปได้

4. ธุรกิจที่อยากความน่าไว้ใจบางธุรกิจก็อยากได้ความน่าเชื่อถือสำหรับในการไปติดต่อ ติดต่อประสานงาน ซึ่งการมีรถยนต์เป็นของตัวเองเพื่อไปติดต่องานพวกนั้นก็ถือเป็นการให้เกียรติลูกค้า และก็เป็นการเพิ่มความน่านับถือให้กับธุรกิจอีกด้วย หากแม้พวกเราจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กแต่ว่าจำต้องรับงานขนาดใหญ่ การที่เรามีรถยนต์ที่ความสามารถดีๆเพื่อไปติดต่องานก็เกิดเรื่องที่ดูดีกับภาพลักษณ์ของธุรกิจ แล้วก็ดูเหมาะสมกับกาลเทศะอีกด้วย

รถกินน้ำมันมากกว่าธรรมดา เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากอะไรที่รถของพวกเรานั้นขับกันได้ เคลื่อนที่ได้ ดังที่เรามองเห็นใช้งานกันทั่วๆไปนั้น แหล่งพลังงานของรถนั้นแทบจะมาจากเชื้อเพลิงที่เราเรียกว่าน้ำมัน แม้ว่าจะมีการหาแหล่งเชื้อเพลิงใหม่ๆมาใช้แทนน้ำมัน แต่ว่าก็จำต้องสารภาพว่าไม่ว่าอย่างไร

น้ำมันก็ยังเป็นเชื้อเพลิงที่มีความจำเป็นสูงสุดสำหรับรถยนต์ สำหรับยานยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งเว้นเสียแต่สเปครากฐานของรถยนต์แต่ละคันแล้วในการบริโภคน้ำมัน แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ทำให้รถยนต์นั่นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติด้วยเหมือนกัน โดยหลักๆแล้วจะมีดังนี้กรองอากาศเปรอะเปื้อน

อุดตัน เป็นต้นเหตุให้อากาศไหลผ่านเข้าไปเผาไหม้ได้น้อย ทำให้เครื่องยนต์กลไกดำเนินงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เครื่องยนต์กลไกจึงบริโภคเชื้อเพลิงเยอะขึ้นระบบจุดระเบิดมีปัญหา เช่น สายหัวเทียนชำรุดทรุดโทรม, หัวเทียนบอด, ตั้งจังหวะจุดระเบิดไม่ถูกโคนง, สายคอยล์ขาด

รวมทั้งอีกหลายๆมูลเหตุที่เกี่ยวกับระบบจุดระเบิดหรือระบบการเผาไหม้ที่เกิดจากเครื่องยนต์ส่วนประกอบของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศผิดจำต้อง gps ติด รถ บางคราวที่มีการตั้งค่าให้มีการใช้น้ำมันมากเกินความจำเป็นสำหรับเพื่อการเผาไหม้ ซึ่งก็เกินไปเกินไป รวมทั้งทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากจนเกินไปด้วยเครื่องยนต์กลไกหลวม

จากอายุการใช้งาน ชั่วโมงการใช้แรงงาน หรือการใช้แรงงานอย่างหนักถ่วง ทำให้กำลังเครื่องจักรกลลดลงไป รวมทั้งเครื่องจะกินน้ำมันเยอะขึ้นเมื่อปรารถนาใช้ความเร็วในระดับเท่าเดิมกับเครื่องสภาพปกติแน่นอนว่าเมื่อรถของเรามีอาการไม่ปกติแบบนี้แล้ว

จึงต้องควรรีบนำรถยนต์ตอนเช้าตรวจเช็คแล้วก็หาทางปรับปรุงแก้ไขให้รวดเร็วที่สุด เพราะว่ายิ่งปลดปล่อยไว้นานแล้วนั้น นอกจากจะสิ้นเปลืองน้ำมัน ยังบางทีก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียไปยังส่วนอื่นๆของรถเราได้เช่นกัน

การผลักดันและสนับสนุน Logistics กับอีก 3เหตุผล ที่ทำให้ต้องการเลือกเรียนโลจิสติกส์เกี่ยวกับโลจิสติกส์นั้นบางทีอาจจะจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลหัวข้อการขนส่ง รวมถึงการจัดการจัดการวัตถุดิบ การบรรจุใส่หีบห่อ ซึ่งอาจจะมีเหตุผลดีๆสัก 3 ข้อ เพื่อให้เป็นแถวทางกับผู้ที่ลังเลอยู่และบางครั้งก็อาจจะพอใจที่จะเลือกศึกษาเล่าเรียนในเรื่องโลจิสติกส์นี้เป็นพิเศษ

1. เมืองไทยยังปรารถนาเจ้าหน้าที่ทางด้านโลจิสติกส์อีกเป็นจำนวนมากปัจจุบันนี้เมืองไทยมีความต้องการพนักงานด้านโลจิสติกส์จำนวนมาก เนื่องจากเมืองไทยมีการค้ากับประเทศอื่นๆเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ในเรื่องจำนวนความอยากกำลังพลทางด้านโลจิสติกส์ในภาคการสร้างช่วงปี 2551-2554 พบว่า ปัจจุบันมีกำลังคนทางด้านโลจิสติกส์ราวๆ 1,431,902 คน แล้วก็ยังอยากแรงงานใหม่ๆทางด้านโลจิกส์ติกอีกราว 159,100 คน รวมเพียงแค่ในตอน 4 ปี ดังที่กล่าวถึงแล้ว

ก็มีความต้องการใช้พนักงานทางด้านโลจิสติกส์กว่า 1,591,002 คน ซึ่งแน่ๆว่าการเพิ่มสิ่งที่จำเป็นของพนักงานทางด้านนี้ก็จะมากขึ้นสม่ำเสมอไปยังอนาคต เพราะเหตุว่าเติบโตตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้น

2. คะแนนสำหรับการสอบเข้ายังอยู่ในระดับเดิมคะแนนในการสอบแข่งขันเพื่อเข้าชั้นเรียนในระดับอุดมศึกษาของคณะหรือสาขาที่เกี่ยวกับโลจิสติกส์ยังเป็นคะแนนที่อยู่ในระดับเดิมๆในทุกๆปี ซึ่งตรงจุดนี้คนใดกันที่สนใจหรือเล็งเอาไว้ว่าอยากเรียนสาขานี้บางครั้งอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจมากจนเกินความจำเป็น

ด้วยเหตุว่าด้วยคะแนนสำหรับในการแข่งยังคงอยู่ในระดับเดิมๆอยุ่นั้น ก็เพียงแค่เตรียมพร้อมให้พร้อมสำหรับในการสอบแข่งขัน ก็น่าจะสามารถเข้าเรียนรู้ในด้านนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น

3. เป็นงานที่เติบโตได้เรื่อยเว้นแต่งานด้านโลจิสติกส์จะเป็นงานที่จบการศึกษามาแล้วจะไม่ตกงานแล้ว งานทางด้านนี้ยังมี Career Path คือ ความเจริญในอาชีพอีกด้วย ที่สามารถไต่เต้า เติบโตได้เรื่อยคนไหนที่มีความรู้ความสามารถจริงๆก็สามารถเลื่อนขั้นขึ้นไปได้เรื่อยๆและผลตอบแทนของสายงานทางด้านนี้ก็ไม่ธรรมดาด้วยเหมือนกัน

กลับสู่หน้าหลัก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *